วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

เทคนิคการเลือกหุ้น 7 ข้อ ของนพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ


เทคนิคการเลือกหุ้น 7 ข้อ ของนพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ 

1. หุ้นตัวนั้นต้องมีอัตรา ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) สูง 15-20%ขึ้นไป ROE จะบ่งบอกความสามารถของผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น "ยิ่งสูง ยิ่งดี" แต่บางครั้งก็มีตัวหลอก เหมือนกัน หากบริษัทนั้นมีหนี้สินจำนวนมาก ฉะนั้นต้องดูดีๆ อย่ารีบเชื่อทันที!

2. หุ้นตัวนั้นต้องมีอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) สูงกว่า 10%


3. ต้องมี PEG ratio น้อยกว่า 1 เท่า คือการเทียบค่า P/E ratio กับการเจริญเติบโตของกำไรสุทธิ (Growth) หาโดยเอาค่า P/E ratio ตั้งหารด้วยเปอร์เซ็นต์การเจริญเติบโตนั้น บริษัทใดที่ราคาหุ้นต่ำจะน่าซื้อ ถ้าค่า PEG ratio เกิน 1 แสดงว่าราคาหุ้นสูงเกินไป

4. ต้องมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) อยู่ในระดับ 3.5-4% ขึ้นไป ถามว่าทำไมต้องเป็นตัวเลขนี้ เพราะเป็นตัวเลขที่มากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ปกติจะอยู่ระดับ 3%

5. หุ้นตัวนั้นต้องมีกระแสเงินสดสูงๆ ยิ่งไม่ต้องจ่ายหนี้ "ผมจะชอบมากเป็นพิเศษ"

6. ผู้บริหารต้องไว้ใจได้ (โปร่งใส) พูดแล้วทำได้จริง ซึ่งเราต้องไปคุยกับผู้บริหารบ่อยๆ ยิ่งเขา ถือหุ้น 20-25% ผมยิ่งชอบเพราะมันจะบ่งบอกว่า เขาจะทุ่มเทในการทำงานมากขนาดไห

7. จะดูปัจจัยทางกายภาพ ธุรกิจนี้มีความแข็งแรง มากน้อยแค่ไหน โอกาสเติบโตของรายได้และกำไรเป็นอย่างไร สินค้าหรือธุรกิจหลักจะเติบโตไปตาม ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ และลูกค้านิยมชมชอบสินค้ามากหรือน้อยแค่ไหน ที่สำคัญจะดูว่า คู่แข่งของเขามีใครบ้าง หากจะมีคู่แข่งเกิดขึ้นใหม่จะเข้ามาในธุรกิจนี้ได้ง่ายหรือยาก
"ผมไม่นิยมดูเส้นเทคนิคและไม่เคยนำมาประยุกต์ใช้ เพราะไม่เข้าใจในหลักการ ส่วนใหญ่จะดูเพียงราคา ณ ปัจจุบัน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับมูลค่าที่ประเมินไว้ว่ามันมีส่วนลด (Margin of Safety) เป็นที่น่าพอใจหรือไม่ เช่น ถ้ามีส่วนลด 40-50% จากมูลค่าที่คิดไว้ ก็พอใจที่จะซื้อแล้ว"



ขอขอบคุณ 

นพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ ที่ให้แง่คิดดีๆ
แชร์ข้อมูลจาก Thailand Investment Forum 

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

5 ข้อควรจดจำ ช่วยทำให้ตั้งตัว

1. วางแผนให้ดี ทำบัญชีเป็นนิจ

ก่อนจะใช้จ่ายแต่ละเดือน ควรมีการวางแผนไว้ให้ดี เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายต่างๆ จะได้รู้ว่า เงินหมดไปกับอะไรบ้าง พร้อมทั้งฝึกจดจำและทำบัญชีให้เป็นนิสัย เพราะจะช่วยให้เราตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้

2. ต้องมีวินัย จิตใจเด็ดเดี่ยว

เมื่อคิดจะตั้งตัวก็ควรตั้งใจให้มั่น เช่น กำหนดไปเลยว่าจะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อเป็นเงินออมทุกเดือน ก็ควรทำให้ได้ทุกเดือน และต้องมีใจเด็ดเดี่ยวไม่เผลอไผลไปกับสิ่งฟุ่มเฟือย เมื่อทำได้ก็จะภาคภูมิใจ กับเงินออมของตนที่ค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้นทีละน้อย

3.แม้เงินนิดเดียวก็ออมได้

อย่าท้อใจว่ามีเงินน้อย เพราะหากคุณมีเงินเพียงหนึ่งบาท ก็สามารถออมได้ ถ้าตั้งใจจริงและรู้จักใช้ รู้จักเก็บ ไม่นานเงินเพียงหนึ่งบาทก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อยหลักพันในที่สุด

4.ค่อยเป็นค่อยไปอย่าใจร้อน

การออมเงินก็เหมือนการปลูกต้นไม้ จะให้โตภายในข้ามคืนคงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ต้นกล้าที่เราเฝ้าเอาใจใส่ก็จะค่อย ๆ เติบโตจนออกดอกออกผลให้เราเก็บกินได้อย่างภาคภูมิใจ

5. ยิ่งออมก่อน ยิ่งได้เปรียบ

การออมเงินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยระยะเวลา ดังนั้นเมื่อใครเริ่มออมได้ไว ยิ่งนานเท่าไร เงินออมที่เก็บไว้ ยิ่งทวีค่าขึ้นตามระยะเวลา ดังนั้นเราควรเริ่มฝึกนิสัยให้รักการออมเสียตั้งแต่วันนี้ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ยิ่งออมไวยิ่งได้เปรียบ

“ใช้ก่อนผ่อนที่หลัง” กับ “ออมก่อนแล้วค่อยซื้อ” ตอน 2

ข้อ 2 ยกตัวอย่างเทียบตารางราคาของสินค้า 1 ชิ้น

ตัวอย่าง ซื้อรถจักรยานยนต์ 1 คัน

ตารางสินค้า (การผ่อน)

ตารางสินค้า (การออม)

ซื้อรถจักรยานยนต์ ราคา 32,900 บาท

จ่ายดาวน์ เป็นเงิน 2,900 บาท

ส่งค่างวดเดือนละ 1,000 บาท

รวมส่งค่างวดทั้งสิ้น 36 เดือน

เป็นเงิน 1,000 ´

สรุป

เทียบกับราคาเงินสดมีส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีก 3,100 บาท

36 = 36,000 บาท

ซื้อรถจักรยานยนต์ ราคา 32,900 บาท

ออมเงินไว้ซื้อเดือนละ 1,000 บาท

เก็บออมจำนวน 1,000 ´

เป็นเงินออมทั้งสิ้น 33,000 บาท

สรุป

เทียบกับตารางเงินผ่อนมีส่วนต่างที่ประหยัดกว่า 3,000 บาท

33 เดือน

“ใช้ก่อนผ่อนที่หลัง” กับ “ออมก่อนแล้วค่อยซื้อ” ตอน 1

ข้อ 1 การซื้อแบบใช้ก่อนผ่อนที่หลังกับ ออมก่อนแล้วค่อยซื้อมีข้อดีข้อเสียต่างกันหรือไม่อย่างไร

จากการหาข้อมูลเปรียบเทียบการซื้อแบบใช้ก่อนผ่อนทีหลังกับการออมแล้วค่อยซื้อ สรุปมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้

ใช้ก่อนผ่อนทีหลัง

ออมก่อนแล้วค่อยซื้อ

ข้อดี

1. ได้สินค้ามาใช้ก่อน

2. ไม่ต้องใช้เงินก้อนในการซื้อสินค้า

3. เอาเงินที่เราจะซื้อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นก่อน

ข้อเสีย

1. ต้องเสียดอกเบี้ยทุกเดือน

2. ได้สินค้าสูงกว่าราคาต้นทุน

3. เสี่ยงต่อการถูกทวงหนี้

ข้อดี

1. ใช้ระยะเวลานานในการออมเงิน

2. ถ้าเราไม่มีเป้าหมายที่จะทำเราจะไม่ประสบผลสำเร็จในการออมเงิน

3. กรณีฉุกเฉินเราเอาเงินมาใช้ก่อนเป้าหมายที่วางไว้อาจล่าช้าออกไปอีก

ข้อเสีย

1. ได้สินค้าราคาเท่าต้นทุนหรืออาจจะถูกว่าต้นทุนเล็กน้อย

2. เราสามารถวางแผนในการใช้จ่ายในครั้งต่อไปได้

3. ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาทวงหนี้

4. เราสามารถเอาเงินที่ออมมาหมุนเวียนกรณีฉุกเฉินก่อน

จากการอภิปรายกลุ่มสมาชิกบางส่วนเห็นว่าในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข ควรเลือกใช้วิธีการออมก่อนแล้วค่อยซื้อเนื่องจากวิธีเลือกมีข้อดีมากกว่าข้อเสียและเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวในด้านการประหยัดและไม่มีหนี้สินต้องกังวล

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

IVL หุ้นร้อนๆ

IVL หุ้นร้อนๆ จากข่าวลือที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จะขายหุ้น ในที่สุดก็เป็นความจริง จาก 60 บาท ลดลงเหลือเพียง 45 บาท !!!! มันน่าชื่นใจซะจริงจริ้ง(ประชด)

ไม่มีไรมากหรอกครับ ก็แค่นั่งมองดูเค้าเล่นๆกัน ของผมตอนนี้กำลังตามดู CTW อยู่ มันขึ้นๆ ลงๆ เหมาะในการเล่นแบบ DSM ของคุณพี่เด่นศรีจริงๆครับ

ตอนนี้กำลังศึกษาสำรวจบริษัทอยู่ ว่าเป็นยังไงน่าเข้าไหม ถ้าท่านใดมีความคิดเห็นดีๆแชร์กันได้นะครับ

ต่อไปจะพยายาม up เรื่อยๆครับ สัญญา.........!

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ไม่ชอบเสี่ยง

ช่วงนี้ set ดูแปลกๆไม่ค่อยอยากเสี่ยง พยายามลดพอร์ต เพื่อลดความเสี่ยงดีกว่าครับ

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ดีใจเล็กๆ

.....จากที่เคยผิดหวัง.....แต่วันนี้ยิ้มได้ อืม set ช่วงนี้กำลังเขียว ก็เลยพลอยได้รับอานิสงฆ์ผลบุญไปด้วย
ก็เพราะความผิดหวัง ก็เลยหันกลับมายึดแนวทางเดิม เล่นรอบ รอดูจังหวะ ถึงจะได้น้อย แต่ไม่ขาดทุน เพราะเราทุนน้อย
.....จากที่เริ่มลงทุนตอนแรกที่ 500 บาท (..เชื่อไหม..) และก็เพิ่มทุนเข้าไปอีก เป็น 5000 บาท ถึงตอนนี้ก็
หลักหมื่น (..ขออภัยไม่เปิดเผยตัวเลข เดี๋ยวตกใจ..) แต่ก็ใช้เวลานานพอสมควรประมาณ 3 ปี ซึ่งไม่เคยเพิ่มทุนเข้าไปอีก (..ไม่มีตังค์..)
.....นับจากวันนั้นถึงวันนี้ แนวทางที่ถูกต้อง สำหรับตัวเอง เล่นรอบ รอดูจังหวะ รอปันผล......


ปล. จบแค่นี้ก่อนแฮะๆๆๆ ดีใจ set เขียว.....